เลือกตั้งน่าน ฉีกบัตรผิดรอย กปน. 69 ใบ ผอ.กกต.น่านสั่งเปลี่ยนตัวด่วน
ironchefsworld.com – เลือกตั้งน่าน ฉีกบัตรผิดรอย บรรยากาศการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในจังหวัดน่าน เกิดเหตุความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยพบกรณีการฉีกบัตรเลือกตั้งผิดวิธีในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองน่าน และอำเภอปัว ส่งผลให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน (กกต.น่าน) ต้องสั่งแก้ไขสถานการณ์เป็นการเร่งด่วน
เหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนมากที่สุด เกิดขึ้นในอำเภอเมืองน่าน เมื่อเจ้าหน้าที่ กปน. รายหนึ่งฉีกบัตรเลือกตั้งผิดรอยจำนวนมาก ทำให้บัตรเสียรวมถึง 69 ใบ และต้องมีคำสั่งเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีก
พบปัญหาฉีกบัตรผิดรอยใน 2 อำเภอ
การเลือกตั้งในจังหวัดน่านครั้งนี้ แม้ภาพรวมจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่กลับพบอุบัติเหตุและความผิดพลาดในบางหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเข้าข่ายเป็นเหตุที่อาจส่งผลต่อความถูกต้องของบัตรเลือกตั้ง
อำเภอเมืองน่าน จุดเกิดเหตุหลัก
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นที่ หน่วยเลือกตั้งที่ 3 หอประชุมบ้านศรีเกิด ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับขั้นตอนการฉีกบัตรเลือกตั้ง โดยได้ฉีกบัตรตาม “รอยพับ” ของบัตร แทนที่จะฉีกตาม “รอยปรุ” ซึ่งเป็นวิธีที่กำหนดไว้ในระเบียบการเลือกตั้ง
ผลจากความผิดพลาดดังกล่าว ทำให้มีบัตรเลือกตั้งถูกฉีกผิดแนวรวมทั้งสิ้น 69 ใบ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมาก และอาจส่งผลต่อผลคะแนนในหน่วยเลือกตั้งนั้น
ผอ.กกต.น่านสั่งเปลี่ยนตัว กปน. ทันที
หลังจากทราบรายงานเหตุการณ์ นายประธาน พรหมเผ่า ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน ได้สั่งการให้ดำเนินการแก้ไขสถานการณ์โดยด่วน
สั่งพักงานจากหน้าที่ฉีกบัตร
ผอ.กกต.น่าน เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สั่งให้สลับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ผู้ที่ทำหน้าที่ฉีกบัตรเลือกตั้งออกจากตำแหน่งทันที และให้เจ้าหน้าที่คนใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีกในระหว่างการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ยังได้มีการบันทึกรายละเอียดของเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อรายงานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนกลาง สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาวินิจฉัยในขั้นตอนต่อไป

ชะตาบัตร 69 ใบ ต้องรอ กกต.กลางวินิจฉัย
สำหรับบัตรเลือกตั้งจำนวน 69 ใบ ที่ถูกฉีกผิดรอยนั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ในทันทีว่าจะถือเป็นบัตรเสียทั้งหมด หรือจะต้องมีการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในหน่วยดังกล่าวหรือไม่ โดยต้องรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางอีกครั้ง
ทั้งนี้ กระบวนการพิจารณาจะคำนึงถึงผลกระทบต่อคะแนนเสียงของผู้สมัคร และความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งเป็นหลัก
อีกเหตุการณ์ในอำเภอปัว ผู้สูงอายุทำบัตรขาดโดยไม่ตั้งใจ
นอกจากกรณีในอำเภอเมืองน่านแล้ว ยังพบเหตุการณ์อีกหนึ่งกรณีในพื้นที่ อำเภอปัว ซึ่งแม้จะไม่ใช่ความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่ก็เป็นเหตุที่ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้งเช่นกัน
คุณยายวัย 86 ปี ทำบัตรฉีกขาด
รายงานระบุว่า ที่หน่วยเลือกตั้งบ้านนาป่าน ตำบลสถาน อำเภอปัว มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นหญิงชราวัย 86 ปี ได้ทำบัตรเลือกตั้งฉีกขาดโดยอุบัติเหตุ ระหว่างที่กำลังกางบัตรออกเพื่อทำเครื่องหมายลงคะแนน
หลังจากเกิดเหตุ คุณยายได้แจ้งเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทันที เพื่อขอรับบัตรเลือกตั้งใบใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด

ดำเนินการตามระเบียบ กกต.
เจ้าหน้าที่ได้บันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมจัดการออกบัตรเลือกตั้งใบใหม่ให้ผู้มีสิทธิรายดังกล่าว เพื่อให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่เสียสิทธิเลือกตั้งจากอุบัติเหตุที่ไม่ได้ตั้งใจ
กกต.เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่านครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการอบรมและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับบัตรเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตย
ลดความผิดพลาด เพิ่มความเชื่อมั่นประชาชน
สำนักงาน กกต.จังหวัดน่าน ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบความถูกต้องทุกขั้นตอน และให้คำแนะนำแก่ผู้มาใช้สิทธิอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจกระทบต่อผลการเลือกตั้ง
บทสรุป ต้องรอคำวินิจฉัยเลือกตั้งใหม่หรือไม่
กรณีการฉีกบัตรผิดรอยจำนวน 69 ใบในอำเภอเมืองน่าน ยังต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลาง ว่าจะเข้าข่ายต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ในหน่วยดังกล่าวหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการจัดการเลือกตั้งในอนาคต ทั้งในด้านการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้บัตรเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง