คดีหุ้น MORE อัยการฟ้องผู้ต้องหา 29 ราย เร่งปิดคดีทุจริตตลาดทุน
ความคืบหน้าคดีหุ้น MORE ล่าสุด อัยการฟ้องผู้ต้องหา 29 ราย ออกหมายจับเร่งปิดคดีฉ้อโกง ปั่นหุ้น และอั้งยี่ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4,500 ล้านบาท พร้อมมาตรการป้องกันความเสียหายในตลาดทุนไทย

คดีหุ้น MORE อัยการฟ้อง 29 ราย ออกหมายจับ เร่งปิดคดีทุจริตตลาดทุน

ความคืบหน้า คดีหุ้น MORE ฟ้อง 29 ราย ออกหมายจับเร่งปิดคดีทุจริตตลาดทุน

อัยการฟ้องผู้ต้องหา 29 ราย เตรียมยื่นฟ้องต่อศาล

ironchefsworld.com – คดีหุ้น MORE กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง หลังจากอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว 29 ราย เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตและสร้างความเสียหายต่อระบบตลาดทุน โดยมีกำหนดยื่นฟ้องต่อศาลในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

ขณะนี้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 4 ราย และอยู่ระหว่างการประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขอออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 3 ราย โดยเฉพาะกลุ่มพรประภา ได้แก่ นายเอกภัทร, นายอธิภัทร และนางอรพินธุ์ พรประภา ที่ไม่มาพบอัยการตามนัด

อัยการยืนยันว่าการดำเนินคดีไม่ได้ล่าช้า แต่ดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายอย่างรอบคอบ เพื่อครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และจัดเตรียมร่างคำฟ้องไว้เรียบร้อยแล้ว หากไม่มีอุปสรรคก็จะสามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันที

แบ่งคดีหุ้น MORE ออกเป็น 3 สำนวนหลัก

คดีหุ้น MORE ถูกแบ่งออกเป็น 3 สำนวนหลัก ได้แก่

1. คดีฉ้อโกง

เป็นคดีที่สร้างความเสียหายต่อบริษัทหลักทรัพย์กว่า 10 แห่ง รวมมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท ศาลมีคำสั่งให้ชดใช้ทรัพย์สินแก่ผู้เสียหาย เพื่อเรียกคืนความเป็นธรรม

2. คดีอั้งยี่

คดีอั้งยี่มีคำสั่งคืนเงิน 129 ล้านบาท ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ผู้เสียหาย เป็นมาตรการลดผลกระทบทางการเงิน

3. คดีสร้างราคาหุ้น

คดีปั่นหุ้น หรือสร้างราคาหุ้นผิดปกติ ถูกกำหนดให้มีการชดใช้ความเสียหายทางแพ่งและค่าปรับรวมประมาณ 226 ล้านบาท

การแบ่งสำนวนคดีชัดเจนนี้ช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบ และป้องกันความเสียหายซ้ำรอยในตลาดทุนไทย

ผลกระทบต่อบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุน

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) ชี้ว่า ผลกระทบทางการเงินได้ถูกบันทึกในงบของโบรกเกอร์แล้ว และไม่น่าจะลากยาวต่อระบบตลาดทุน แม้คดีจะยังไม่สิ้นสุดในชั้นอุทธรณ์

อย่างไรก็ตาม การทุจริตในตลาดทุนยังเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้บริหารมีเจตนากระทำผิด แม้ว่าจะมีกฎเกณฑ์และระบบกำกับดูแลที่เข้มงวด

นักวิเคราะห์และผู้บริหารโบรกเกอร์เตือนว่า ความสนใจของนักลงทุนลดลงไม่ใช่ผลจากคดีหุ้น MORE เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัจจัยเศรษฐกิจและความไม่ชัดเจนทางการเมือง ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย

การออกหมายจับและติดตามตัวผู้ต้องหา

ขณะนี้มีการออกหมายจับแล้ว 4 ราย และอยู่ระหว่างประสานงานกับ DSI เพื่อขอออกหมายจับอีก 3 ราย สำหรับผู้ต้องหาที่ไม่เดินทางมาพบอัยการ ได้แก่ กลุ่มพรประภา ทั้ง 3 ราย จะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

เจ้าหน้าที่ย้ำว่า การออกหมายจับเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้ผู้กระทำผิดรับผิดชอบต่อความเสียหาย และเป็นสัญญาณเตือนต่อตลาดหุ้นในเรื่องการกำกับดูแล

มาตรการป้องกันความเสียหายในอนาคต

สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) เตรียมจัดตั้งระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโบรกเกอร์ (SDEP) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำรอยในลักษณะเดียวกับคดีหุ้น MORE

ระบบนี้ช่วยให้ตรวจสอบความผิดปกติในการซื้อขายหุ้นได้ตั้งแต่ระยะแรก ลดความเสี่ยง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว

บทสรุป

คดีหุ้น MORE เป็นตัวอย่างสำคัญของการทุจริตในตลาดทุนไทย ที่สะท้อนถึงความจำเป็นของการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งในเรื่องการฟ้องผู้กระทำผิด การออกหมายจับ การแบ่งสำนวนคดี และมาตรการป้องกันความเสียหายในอนาคต

ความร่วมมือระหว่าง อัยการ, DSI, ปปง., ตลท., และ ASCO เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันความเสียหายซ้ำ และช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระบบตลาดทุนไทย

แหล่งที่มา : www.bangkokbiznews.com

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *