4 หลักเกณฑ์ในการเลือกระบบ Virtualization สำหรับอนาคต โดย IDC
ironchefsworld.com – Virtualization สำหรับอนาคต เป็นเทคโนโลยีที่องค์กรคุ้นเคยมาหลายทศวรรษ แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับปี 2026 แต่ความสำคัญยังคงอยู่ เพราะระบบ Virtualization กลายเป็นแกนหลักของโครงสร้างไอทีองค์กรหลายแห่ง ตั้งแต่เริ่มใช้งานขนาดเล็กภายในองค์กร จนขยายสู่ Private Cloud และบริการหลายรูปแบบ
ในยุคปัจจุบัน ความต้องการ Virtualization เริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะกับ AI Workload, Cloud Application, และการใช้ Container เป็นรากฐานระบบ ข้อมูลมหาศาลและความซับซ้อนทำให้องค์กรต้องกลับมาประเมินระบบ Virtualization อีกครั้ง
IDC ได้เสนอ 4 หลักเกณฑ์สำคัญ ที่องค์กรควรพิจารณา เพื่อให้ระบบ Virtualization พร้อมรองรับอนาคต และสามารถใช้งานร่วมกับ VMware Cloud Foundation 9 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ความสามารถเชิงเทคนิค (Technical Capability)
ความสามารถเชิงเทคนิคของระบบ Virtualization คือปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้งาน ซึ่งมี 3 ด้านหลัก
ความสามารถในการขยายตัว (Scalability)
-
รองรับ VM ขนาดใหญ่และ Physical Server ขนาดสูงสุด
-
รองรับหลายโหนดร่วมคลัสเตอร์และหลายดาต้าเซ็นเตอร์
-
มีประสิทธิภาพแม้เผชิญ AI Workload ที่ต้องการทรัพยากรสูง
ประสิทธิภาพ (Performance)
-
รองรับ GPU และ DPU รุ่นล่าสุด
-
มีระบบติดตาม Load และฟื้นฟู VM อัตโนมัติ
-
รองรับ Live Migration พร้อม CPU และ Storage หลากหลายชนิด
ความมั่นคงปลอดภัย (Security)
-
มีระบบตรวจสอบช่องโหว่และ Automation ป้องกันภัยคุกคาม
-
ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์และผู้ผลิต 3rd Party
-
ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมและมี Bug Bounty Program
2. ต้นทุนที่แท้จริง (Cost Consideration)
ต้นทุนระบบ Virtualization ไม่ได้จำกัดเพียงค่า License
ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
-
อายุการใช้งานของฮาร์ดแวร์จำกัด
-
ต้องรองรับ GPU, Accelerator และฮาร์ดแวร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง
ประสิทธิภาพและการปฏิบัติการ (Efficiency & Operations)
-
Software-defined Virtualization เพิ่มเทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพของ Memory, Compute, Storage
-
ต้องมีระบบวัดผลและติดตาม Load เพื่อยืนยันประสิทธิภาพจริง
ความมั่นคงปลอดภัยและ SLA
-
ระบบต้องทนต่อ Load สูงและรองรับการให้บริการต่อเนื่อง
-
ต้นทุนรวมต้องครอบคลุมทั้ง Hardware, Software, Network และ Storage
3. ประสบการณ์และความอยู่รอดของ Vendor (Vendor Reliability)
องค์กรต้องมั่นใจว่า Vendor มีความคงทนและมีประสบการณ์ยาวนาน
-
ต้องมีหลักฐานการใช้งานจริงในองค์กรอื่นใกล้เคียง
-
Vendor ต้องมีวิสัยทัศน์และ Ecosystem กว้างขวาง
-
มีการอัปเดตเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง
4 ความสามารถปรับตัวสู่อนาคต (Future-proof Capability)
เทคโนโลยี IT สมัยใหม่เน้น Cloud-native, Microservice, Hybrid Cloud และ AI Workload
Modern Workload
-
รองรับ Container และ Kubernetes Service (VKS) พร้อม Istio Service Mesh
-
บริหารจัดการหลายคลัสเตอร์และเวอร์ชัน Kubernetes พร้อมกัน
-
เชื่อมต่อ VM และ Container เข้าด้วยกัน
Operation
-
VM ขยายได้สูงสุด 960 vCPU
-
รองรับ CPU รุ่นใหม่ เช่น AMD Zen 5, Intel Granite Rapids
-
รองรับงาน In-memory Database และ AI Workload
Security
-
TLS 1.3 เป็นค่าเริ่มต้น และรองรับ FIPS 140-2
-
Live Patching แก้ช่องโหว่โดยไม่ต้องปิดระบบ
-
ปฏิบัติตามระเบียบองค์กรและมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
VMware Cloud Foundation 9 กับการสร้างระบบ Virtualization สำหรับอนาคต
VMware VCF 9 ยังคงเป็นผู้นำด้าน Virtualization โดยรวม Compute, Container, Storage, Networking, Security และการบริหารจัดการ
-
Modern Workload: เลือกแพ็กเกจและติดตั้งแยกส่วนได้
-
Operation: รองรับ VM ขนาดใหญ่และ GPU/Accelerator สำหรับ AI/ML
-
Security: TLS 1.3, FIPS 140-2, Live Patching และระบบ Automation ป้องกันช่องโหว่
ด้วย VMware Cloud Foundation 9 องค์กรสามารถสร้างระบบ Virtualization ที่ ทันสมัย, ปลอดภัย, และรองรับเทคโนโลยีอนาคต
บทความนี้สรุปว่า 4 หลักเกณฑ์จาก IDC ได้แก่
-
ความสามารถเชิงเทคนิค
-
ต้นทุนที่แท้จริง
-
ประสบการณ์และความอยู่รอดของ Vendor
-
ความสามารถปรับตัวสู่อนาคต
เป็นแนวทางสำคัญในการเลือกระบบ Virtualization สำหรับองค์กรยุคใหม่ และ VMware VCF 9 ช่วยให้องค์กรสามารถก้าวสู่ Future-proof Virtualization ได้อย่างมั่นใจ
แหล่งที่มา : www.techtalkthai.com

