การเพาะพันธุ์ปลาพลวงชมพู ปลาน้ำจืดหายากจากยะลา สำหรับการอนุรักษ์และเลี้ยงเชิงพาณิชย์
เจ้าหน้าที่กำลังเพาะพันธุ์ปลาพลวงชมพู (ปลากือเลาะห์) ในบ่อดินน้ำไหลผ่าน เพื่อเพิ่มจำนวนและรักษาสายพันธุ์ให้ชุมชนยะลา

ปลาพลวงชมพู ในเอเชียอาคเนย์ ราคากิโลละ 7,000 บาท

ปลาพลวงชมพู : ปลาน้ำจืดแพงที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ราคาพุ่งกิโลละ 7,000 บาท

ironchefsworld.comปลาพลวงชมพู ในบรรดาปลาน้ำจืดที่มีราคาสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่มีใครไม่รู้จัก หรือที่ชาวมลายูเรียกว่า ปลากือเลาะห์ ซึ่งถือเป็นราชาแห่งปลาเนื้อดีและมีราคาสูงที่สุดในภูมิภาคนี้

ราคาปลาพลวงชมพูเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000–3,500 บาทต่อกิโลกรัม หากส่งออกไปยังประเทศฮ่องกงหรือมาเลเซีย ราคาสามารถพุ่งสูงถึง 4,000–7,000 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในบรรดาปลาน้ำจืดทั้งหลาย

ลักษณะและถิ่นอาศัยของปลาพลวงชมพู

เป็นปลาน้ำจืดเฉพาะถิ่นที่หายาก พบเฉพาะ ป่าฮาลา-บาลา แถบเทือกเขาสันกาลาคีรี จังหวัดยะลาและนราธิวาส ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำที่สะอาด อุณหภูมิน้ำต่ำ และมีออกซิเจนสูง

ลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้ ได้แก่

  • ลำตัวเพรียวทรงกระบอก

  • เกล็ดขนาดใหญ่สีเงินเหลือบชมพูหรือทอง

  • เป็น ปลาพลวงชนิดเดียวที่สามารถรับประทานเกล็ดได้

น้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 1 กิโลกรัมต่อปลา ทำให้เหมาะทั้งสำหรับการบริโภคและเป็นสินค้าเศรษฐกิจ

เส้นทางการอนุรักษ์ปลาพลวงชมพู

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2524 ปลาพลวงชมพูตกอยู่ในสถานะ ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) เนื่องจากการสร้างเขื่อนบางลางทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยลดลง

ด้วยพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กรมประมงจึงเริ่มโครงการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ปลาเพื่อสร้างอาชีพให้ชาวบ้าน

  • ปี พ.ศ. 2543 กรมประมงประสบความสำเร็จในการผสมเทียมครั้งแรก

  • แม้จะเพาะพันธุ์ได้ แต่ทำได้ยากเพราะปลาพลวงชมพูวางไข่เพียง 500–1,000 ฟองต่อครั้ง และไข่สุกไม่พร้อมกัน

  • ปัจจุบันได้รับการประกาศเป็น ปลาประจำจังหวัดยะลา และเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญของอำเภอเบตงและธารโต

คุณสมบัติพิเศษของปลากือเลาะห์

ปลาพลวงชมพูไม่ใช่เพียงหายาก แต่ยังมีคุณภาพเนื้อและเกล็ดที่โดดเด่น

เนื้อสัมผัสชั้นเลิศ

  • เนื้อขาวนุ่มละเอียด

  • รสหวานมัน และไม่มีกลิ่นคาว

เกล็ดคอลลาเจน

  • เกล็ดแข็งเมื่อดิบ แต่เปลี่ยนเป็นนุ่มละมุนเมื่อปรุงสุก

  • สามารถรับประทานพร้อมเนื้อปลา

  • เป็นแหล่งคอลลาเจนจากธรรมชาติ

คุณค่าทางโภชนาการ

  • อาศัยอยู่ในน้ำสะอาด กินผลไม้ป่า

  • มีคุณค่าทางอาหารสูง ปลอดสารเคมี

โอกาสทางเศรษฐกิจและการเลี้ยงเชิงพาณิชย์

กรมประมงส่งเสริมการเลี้ยงปลาพลวงชมพูใน บ่อดินน้ำไหลผ่าน (Running Water) เพื่อเลียนแบบธรรมชาติ

  • สร้างรายได้สูงให้เกษตรกร

  • ส่งเสริมการอนุรักษ์ผืนป่าและต้นน้ำ

  • ปลาพลวงชมพูยังเป็นปลาสวยงามด้วยสีสันและรูปร่าง

การเพาะพันธุ์เชิงพาณิชย์นี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่น

สรุป

คือสมบัติล้ำค่าของภาคใต้ไทย ทั้งเป็นอาหารชั้นยอดและสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์ธรรมชาติที่ยั่งยืน ด้วยเนื้อสัมผัสหวานมัน เกล็ดคอลลาเจน และคุณค่าทางโภชนาการสูง ปลาชนิดนี้ยังเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่น

ไม่เพียงแต่ราคาสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของ ความพยายามอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมรดกทางธรรมชาติที่ควรค่าแก่การรักษา

SANOOK

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *