Samsung คาดกำไรทำสถิติสูงสุด จากอุปสงค์ชิป AI ที่พุ่งแรงทั่วโลก
https://ironchefsworld.com/ – Samsung Electronics บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ คาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสที่สี่จะทำสถิติใหม่ ท่ามกลางอุปสงค์ชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะชิปที่ใช้ในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก
การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของตลาดชิปหน่วยความจำ ไม่เพียงส่งผลดีต่อ Samsung เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในยุค AI อย่างชัดเจน
ผลประกอบการไตรมาสสี่ของ Samsung สูงกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์
Samsung ระบุว่า บริษัทคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานในงวดสิ้นสุดเดือนธันวาคมจะอยู่ที่ 20 ล้านล้านวอน หรือราว 13.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ประมาณ 18 ล้านล้านวอน
กำไรทำสถิติรายไตรมาสใหม่
ตัวเลขดังกล่าวถือเป็น สถิติรายไตรมาสใหม่ของ Samsung และสูงกว่าสถิติเดิมที่ 17.6 ล้านล้านวอน ซึ่งเคยทำไว้ในไตรมาสที่สามของปี 2018 อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบริษัททำกำไรจากการดำเนินงานเพียง 6.49 ล้านล้านวอน แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจชิป
ราคาชิปหน่วยความจำพุ่ง รับอุปสงค์จากเซิร์ฟเวอร์ AI
แรงหนุนสำคัญของผลประกอบการครั้งนี้มาจาก การปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงของราคาชิปหน่วยความจำ โดยเฉพาะ DRAM และชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเซิร์ฟเวอร์ AI
ชิปหน่วยความจำ: โครงสร้างพื้นฐานของ AI
ชิปเหล่านี้ถูกใช้ในศูนย์ข้อมูล (Data Center), เซิร์ฟเวอร์ AI, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และสมาร์ตโฟน ทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้นพร้อมกันในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องเร่งขยายกำลังการผลิตเพื่อให้ทันต่ออุปสงค์ที่พุ่งสูง
รายได้รวมเพิ่มขึ้น หุ้น Samsung แข็งแกร่ง
Samsung ยังระบุว่าคาดว่ารายได้รายไตรมาสจะอยู่ที่ 93 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทซึ่งปรับตัวขึ้นถึง 155% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ยังคงเพิ่มขึ้นกว่า 2% ในการซื้อขายช่วงเช้าในตลาดเกาหลีใต้
การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มระยะยาวของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ในยุค AI
การแข่งขันขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตชิปรายใหญ่
Samsung ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เผชิญกับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คู่แข่งหลักอย่าง SK Hynix และ Micron Technology ต่างก็ประสบความท้าทายเดียวกัน และมีแผนลงทุนสร้างโรงงานผลิตใหม่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
Nvidia ชี้โลกต้องการโรงงานชิปเพิ่มอีกมาก
ในงาน CES 2026 Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ระบุว่า โลกกำลังเผชิญกับอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์ที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมย้ำว่าจำเป็นต้องมีการสร้างโรงงานผลิตชิปเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก
เขาอธิบายว่า อุตสาหกรรมใหม่ที่เรียกว่า “โรงงาน AI” กำลังเกิดขึ้น และความต้องการในตลาดนี้มีขนาดมหาศาล ทำให้ช่วงเวลานี้ถือเป็นยุคทองของผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์
ตลาด DRAM เติบโตแบบก้าวกระโดด
รายงานจาก Macquarie Equity Research คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดโลกของชิปหน่วยความจำแบบไดนามิกหรือ DRAM จะพุ่งแตะ 311 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปี 2023 ถึงประมาณ 6 เท่า
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก TrendForce ระบุว่าราคาสัญญา DRAM เพิ่มขึ้นถึง 313% ในไตรมาสที่สี่เมื่อเทียบกับปีก่อน และอาจปรับตัวขึ้นได้อีกสูงสุด 60% ในไตรมาสปัจจุบัน
ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจหลักของกำไร Samsung
นักวิเคราะห์ให้สัมภาษณ์กับ Wall Street Journal ว่า ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของ Samsung อาจสร้างกำไรจากการดำเนินงานราว 17 ล้านล้านวอน ในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะจากชิป HBM ซึ่งยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการเติบโต
Samsung เพิ่งสามารถเข้าสู่ตลาด HBM ได้สำเร็จ หลังจากก่อนหน้านี้ประสบปัญหาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามมาตรฐานลูกค้าอย่าง Nvidia
ความเสี่ยงในปี 2026: ราคาชิปสูงอาจกระทบอุปสงค์ผู้บริโภค
แม้แนวโน้มระยะสั้นจะสดใส แต่ปี 2026 อาจมีความท้าทาย เนื่องจากราคาชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้นอาจทำให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนและพีซีผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค ส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชะลอตัว
Seo Seung-yeon นักวิเคราะห์จาก DB Securities ระบุว่า รายได้ธุรกิจมือถือของ Samsung อาจลดลงจากต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจจอแสดงผลยังมีแนวโน้มเติบโต จากยอดขายที่แข็งแกร่งของ iPhone 17 จาก Apple
สรุป: Samsung ยืนอยู่ในจุดศูนย์กลางยุค AI
Samsung มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการฉบับเต็มพร้อมรายละเอียดเชิงลึกในวันที่ 29 มกราคม โดยนักลงทุนและตลาดทั่วโลกจับตาดูว่าบริษัทจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตในยุค AI ได้ต่อเนื่องเพียงใด
การพุ่งขึ้นของอุปสงค์ชิป AI ไม่เพียงเปลี่ยนโฉมผลประกอบการของ Samsung แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกในทศวรรษนี้ 🚀

